,

‘ในหลวง รัชกาลที่ 9’ กับเหตุการณ์สุดระทึก วางระเบิดลอบปลงพระชนม์ ‘ระเบิดที่ยะลา 22 กันยายน พ.ศ. 2520’

เหตุระเบิดที่ยะลา 22 กันยายน พ.ศ. 2520 เป็นเหตุการณ์ที่มีความพยายามลอบปลงพระชนม์ โดยองค์กรปลดปล่อยสหปัตตานี (พูโล) สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมดภายหลัง

เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะเล่าให้ฟังนี้ เกิดขึ้นในวันหนึ่งของเดือนกันยายน พ.ศ.2520 เมื่อครั้งที่พระเจ้าอยู่หัวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช‘ เสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกร พร้อมทอดพระเนตรโครงการชลประทานทุ่งลิปะสะโง และโครงการจัดที่ดินช่วยเหลือชาวนาชาวไร่ ทุ่งลิปะสะโง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี แล้วเสด็จฯ กลับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส

เหตุระเบิดที่ยะลา 22 กันยายน พ.ศ. 2520
ในหลวง รัชกาลที่ 9 กับเหตุระเบิดที่ยะลา 22 กันยายน พ.ศ. 2520

ขณะที่รถยนต์พระที่นั่งและรถยนต์ในขบวนเสด็จฯ มาถึงบริเวณแยกพิชิตบำรุง อ.เมือง จ.นราธิวาส ปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ฝ่าแนวกั้นของตำรวจที่ยืนอารักขาหรือรักษาการณ์ แล้วพุ่งเข้าชนรถยนต์พระที่นั่งที่พระองค์ทรงนั่ง แรงอัดที่พุ่งชนส่งผลให้รถจักรยานยนต์คันนั้นกระเด็นล้มลงบนพื้นถนน ผู้ขับขี่และผู้ที่นั่งซ้อนท้ายกระโดดออกไป ตำรวจทุกนายที่ทำหน้าที่อารักขาตกใจกันไปตามๆ กันรีบวิ่งกรูเข้ามาทันที พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร หนึ่งในตำรวจผู้ทำหน้าที่อารักขา รีบวิ่งไปยืนคุ้มกันข้างรถพระที่นั่ง แล้วหยิบอาวุธปืนขึ้นมาคอยป้องกันระวังภัย ด้วยความหวั่นเกรงว่าอาจมีผู้ไม่หวังดีต่อพระยุคลบาท

ส่วนผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่กำลังบาดเจ็บอยู่นั้นได้รับการรักษาพยาบาล และถูกควบคุมตัวไว้ในข้อหาขับรถโดยประมาท ขณะเดียวกันนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ทรงทอดพระเนตรอยู่ในเหตุการณ์ และเมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแล้ว พระองค์จึงทรงขับรถพระที่นั่งเสด็จฯ ยังพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส ต่อไป

ส่วนผู้ที่ก่อเหตุนั้น เมื่อสืบสาวราวเรื่องก็ทราบว่า เป็นพลตำรวจสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ก่อนเกิดเหตุนั้น นายตำรวจผู้นี้ไปเที่ยวดื่มสุราและคงเกิดอาการเมามาย จึงกระทำการไม่คาดฝัน ขับรถพุ่งฝ่าแนวตำรวจที่กำลังยืนอารักขาหรือรักษาการณ์เข้าไปชนรถยนต์พระที่นั่ง

แต่พระองค์ทรงมีพระเมตตากรุณาเป็นล้นพ้นต่อนายตำรวจผู้กระทำความผิดนี้ โดยทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า ขออย่าให้ลงโทษหนัก และยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์แก่นายตำรวจผู้นี้ในการรักษาพยาบาลอาการบาดเจ็บของเขาด้วย

หลังจากเหตุการณ์นี้แล้ว วันรุ่งขึ้นก็พบว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก ซึ่งคราวนี้ค่อนข้างจะรุนแรงเลยทีเดียว นั่นคือ ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ออกจากพระตำหนักทักษิณราชวิเวศน์ เพื่อไปพระราชทานรางวัลแก่โรงเรียนที่จัดการศึกษาดีเด่น ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาคัดเลือกไว้แล้ว ที่สวนสาธารณะสนามโรงพิธีช้างเผือก ต.สะเตง จ.ยะลา

ต่อมาเมื่อใกล้เสร็จพิธี ปรากฏว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นสองครั้งติดกันบริเวณด้านซ้ายของพลับพลาพิธีที่ประทับ ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 50 เมตรเท่านั้น ถือว่าใกล้มาก พสกนิกรต่างพากันตกใจลุกหนีกันจ้าละหวั่น พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ซึ่งเป็นนายตำรวจผู้มีหน้าที่อารักขาในขณะนั้นรีบวิ่งไปคุ้มกันจนใกล้ชิดพระวรกายของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แต่ทั้งสองพระองค์ทรงแสดงกิริยาที่มั่นคง สีพระพักตร์เป็นปกติ

เมื่อเหตุการณ์สงบแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงก้าวพระบาทเข้าไปที่ไมโครโฟน แล้วทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราโชวาทด้วยพระสุรเสียงที่เป็นปกติ โดยข้อความตอนหนึ่งของพระบรมราโชวาทนั้นมีว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น หากปรองดองกัน ให้กำลังใจและขวัญซึ่งกันและกัน รู้จักสงบจิตสงบใจ ก็จะสามารถขจัดภยันตราย และรักษาสถานการณ์ไว้ได้ด้วยดี

Vasit Dejkunjorn Book
หนังสือรอยพระยุคลบาท : บันทึกความทรงจำของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือรอยพระยุคลบาท : บันทึกความทรงจำของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร

เหตุระเบิดที่ยะลา 22 กันยายน พ.ศ. 2520
เหตุระเบิดที่ยะลา 22 กันยายน พ.ศ. 2520
เหตุระเบิดที่ยะลา 22 กันยายน พ.ศ. 2520
หนังสือพิมพ์สยาม

หมายเหตุ

เหตุระเบิดที่ยะลา 22 กันยายน พ.ศ. 2520 เป็นเหตุการณ์ที่มีความพยายามลอบปลงพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลยโสภาคย์ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ขณะเสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดยะลา ในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2520 เชื่อว่าเป็นการปฏิบัติการขององค์กรปลดปล่อยสหปัตตานี (พูโล)

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวน จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 4 คน และหลังจาก พนักงานอัยการ โจทก์ และจำเลยสืบพยานเสร็จแล้ว ศาสทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) ได้มีคำพิพากษา “ข้อหาความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักรเกี่ยวกับกบฏ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร และความผิดฐานเป็นอั้งยี่และซ่องโจร” ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่

(เหตุระเบิดที่ยะลา 22 กันยายน พ.ศ. 2520 จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

What do you think?

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

ส่งไลน์ให้เพื่อนคุณด้วยนะ!
  •  
Loading Facebook Comments ...