, , ,

#ดาราศาสตร์! 31 พ.ค. 59 ดาวอังคารสว่างสุกใสโคจรใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 11 ปี

ดาวอังคาร (Mars) โคจรเข้าใกล้โลกมากสุดในรอบ 11 ปี 31 พ.ค. นี้ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติชวนประชาชนส่องดาวอังคารพร้อมกันทั่วไทย

ดาวอังคาร (Mars) โคจรเข้าใกล้โลกมากสุดในรอบ 11 ปี 31 พ.ค. นี้ พร้อมส่องประกายสีส้มแดงบนท้องฟ้า

Mars

ดาวอังคาร (Mars) เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 4 ในระบบสุริยะ โดยดาวอังคารจะอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ที่ระยะห่าง 76.31 ล้านกิโลเมตร และจะโคจรมาใกล้โลกทุกๆ ประมาณ 26 เดือน จนกระทั่งเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ 31 พ.ค. 2559 ที่ระยะห่าง 75.28 ล้านกิโลเมตร เป็นช่วงที่ดาวอังคารอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ (Opposition : ตำแหน่งที่ดาวอังคาร โลก และดวงอาทิตย์ เรียงอยู่ในเส้นตรงเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลาง) เราจึงเห็นดาวอังคารมีความสว่างมากกว่าช่วงใดๆ ในรอบปี ดาวอังคารจะส่องประกายเป็นสีส้มแดง เนื่องจากพื้นผิวของดาวอังคารมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นเหล็กออกไซด์ จึงมีฉายาว่า ‘ดาวเคราะห์สีแดง‘ ครั้งนี้นับเป็นการโคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 11 ปี นับจากปี 2548 ในช่วง 22-31 พ.ค. 2559 จะมองเห็นดาวอังคารสุกสว่างส่องประกายสีส้มแดงบนท้องฟ้าและมีความสว่างมาก หากสังเกตในช่วงหัวค่ำ ดาวอังคารจะปรากฏทางทิศตะวันออกเฉียงใต้บริเวณกลุ่มดาวแมงป่อง ส่วนช่วงเช้ามืดจะมองเห็นดาวอังคารปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทุกภูมิภาคทั่วไทย หรือหากส่องผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 100 เท่า เป็นต้นไป จะสามารถเห็นรายละเอียดบนพื้นผิวดาวอังคารได้ชัดเจน โดยครั้งล่าสุดที่ดาวอังคารโคจรมาใกล้โลก คือวันที่ 14 เม.ย. 2557 และจะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดครั้งต่อไปในวันที่ 31 ก.ค. 2559

Mars

นอกจากนั้นช่วงเวลาดังกล่าวยังสามารถสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ได้อีกด้วย สำหรับดาวพฤหัสบดี สามารถสังเกตด้วยตาเปล่าหรืออาจใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ เช่น กล้องสองตา กล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก โดยผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีเป็นจุดสว่างเล็กๆ อยู่รอบๆ ตัวดาวพฤหัสบดี สูงสุด 4 ดวง ได้แก่ ไอโอ (Io) ยูโรปา (Europa) แกนีมีด (Ganymede) และคัลลิสโต (Callisto) ในบางครั้งผู้สังเกตอาจสามารถมองเห็นจุดดำเล็กๆ บนตัวดาวพฤหัสบดีชึ่งเกิดจากเงาของดวงจันทร์ที่ทอดลงไปยังพื้นผิวของดาวพฤหัสบดีเอง ซึ่งคล้ายกับปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่เกิดบนโลกนั่นเอง สำหรับดาวเสาร์จะขึ้นจากขอบฟ้าพร้อมๆ กับกลุ่มดาวแมงป่องและดาวอังคาร สามารถสังเกตด้วยตาเปล่าหรืออาจใช้อุปกรณ์เช่นกัน แม้ว่าวงแหวนของดาวเสาร์จะมีความหนาเฉลี่ยเพียง 500 กิโลเมตร แต่มีความกว้างถึง 80,000 กิโลเมตร ทำให้ผู้สังเกตสามารถมองเห็นวงแหวนของดาวเสาร์ได้อย่างชัดเจน

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) เตรียมตั้ง 4 จุดสังเกตการณ์หลัก ได้แก่กรุงเทพฯ – ลานพาร์คพารากอน, เชียงใหม่ – หน้าศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์, หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา รวมทั้งจะมีการระดมเครือข่ายโรงเรียนในโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์มากกว่า 100 แห่ง ชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์ดาวอังคารพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น.

Source : narit.or.th

What do you think?

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

ส่งไลน์ให้เพื่อนคุณด้วยนะ!
  •  
Loading Facebook Comments ...