,

#กินมากถึงตาย!! ไส้กรอก 3 ยี่ห้อ เอโร่-NP-บางกอกแฮม ใส่ ‘สารไนเตรท-ไนไตรท์’ เกินกำหนด

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ตรวจสอบไส้กรอก 15 ยี่ห้อ พบ 3 ยี่ห้อ ใส่สารกันบูดเกินมาตรฐาน ขณะที่มีเพียงยี่ห้อเดียวคือ ค๊อกเทลซอสเซส ตราไทยซอสเซส ไม่พบทั้งไนเตรทและไนไตรท์

สาธารณสุขเร่งสอบไส้กรอก 3 ยี่ห้อ ใส่ ‘สารกันบูด‘ หรือ ‘สารไนเตรท-ไนไตรท์‘ เกินกำหนด หลังมีข่าวแพร่กระจายออกไปทั่วเน็ต ไส้กรอก ตราไทยซอสเซส ยี่ห้อเดียว ไม่มีทั้งไนเตรทและไนไตรท์ 

ไส้กรอก 3 ยี่ห้อผสม"ไนเตรท-ไนไตรท์"เกินค่ามาตรฐาน

จากข่าวพบสารไนเตรท และไนไตรท์ หรือสารกันบูดเกินมาตรฐานในไส้กรอก 3 ยี่ห้อ สาธารณสุขได้มอบหมายให้สำนักส่งเสริมและสนับสนุนอาหารปลอดภัย ตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลดังกล่าว โดยประสานกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ สารไนเตรท และไนไตรท์ หรือ ‘ดินประสิว‘ เป็นวัตถุกันเสียที่นำมาใช้ในการถนอมอาหาร เพื่อทำให้เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก, แฮม, เบคอน, แหนม, กุนเชียง, เนื้อเค็ม มีสีสดเป็นสีแดงอมชมพู ช่วยให้อาหารคงสภาพอยู่ได้นาน ไม่เน่าเสีย

นางสาวมลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ศูนย์ทดสอบของนิตยสารฉลาดซื้อสุ่มทดสอบปริมาณสารไนเตรทและไนไตรท์จาก ตัวอย่างไส้กรอกในท้องตลาด ๑๕ ตัวอย่าง โดยมีเพียงยี่ห้อเดียวคือ ค๊อกเทลซอสเซส ตราไทยซอสเซส ของบริษัทไทย – เยอรมัน มีท โปรดักส์ จำกัด ไม่พบทั้งไนเตรทและไนไตรท์ ขณะที่อีก ๑๔ ยี่ห้อ หรือกว่าร้อยละ ๙๓.๓๓ มีการเจือปนของสารดังกล่าว

นักวิชาการฯ กล่าวต่อไปว่า ไส้กรอกร้อยละ ๗๓.๓๓ หรือจำนวน ๑๑ ยี่ห้อใส่สารไนเตรทและไนไตรท์ไม่เกินมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ยา (อย.) กำหนด คือ ๑. บีลัคกี้ ๒. มิสเตอร์ ซอสเซส ๓. บุชเชอร์ ๔. JPM ๕. เซเว่น เฟรช ๖.TGM ๗. My Choice ๘. BMP ๙. S&P ๑๐. P.Pork และ ๑๑. เบทาโกร ส่วน ๓ ยี่ห้อ หรือร้อยละ ๒๐ พบปริมาณสารดังกล่าวเกินมาตรฐานคือ ๑. เอโร่ ๒. NP และ ๓. บางกอกแฮม

ที่มา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

ปกติแล้ว ‘สารไนเตรท-ไนไตรท์‘ นี้ไม่มีพิษ หากกินในปริมาณที่กำหนดจะไม่เกิดอันตราย แต่ถ้ากินมากเกินไปอาจทําให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรงได้ และสารไนเตรทจะถูกแบคทีเรียในกระเพาะอาหารและลําไส้เปลี่ยนให้เป็นไนไตรท์ ทําให้ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ไม่นําพาออกซิเจนไปใช้ได้ หากมีระดับฮีโมโกลบินสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 2-25 จะทําให้อ่อนเพลีย ตัวเขียว หัวใจเต้นเร็ว แต่หากสูงถึงระดับร้อยละ 50-60 จะทําให้หมดสติและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็ก แต่ประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะขนาดที่จะทําให้เป็นอันตรายถึงตายได้มีขนาดสูงพอควร ต้องกินเข้าไปจํานวนมาก

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้กินอาหารที่มีวิตามินซีและวิตามินอีสูง หลังมื้ออาหารเป็นประจํา ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดไนโตรซามีนในกระเพาะอาหารได้ โดยอาหารที่มีวิตามินอีสูง เช่น นม, ไข่, ธัญพืช, ถั่วลิสง, ผักโขม, น้ำมันพืช ส่วนวิตามินซีจะมีมากในผัก-ผลไม้ เช่น ผักคะน้า, กะหล่ำปลี, ขึ้นฉ่าย, มะเขือเทศสีดา, ผักกวางตุ้ง, ข้าวโพดอ่อน, บรอกโคลี่, ดอกกะหล่ำ, ชะอม, ฝรั่ง, เงาะ, มะละกอ, มะขามป้อม, พุทรา และให้กินอาหารหลากหลาย ไม่กินอาหารซ้ำซาก เพราะหากอาหารที่ชอบกินชนิดใดชนิดหนึ่งมีไนเตรท หรือไนไตรท์สูงเป็นประจํา และกินซ้ำทุกวัน ร่างกายจะได้รับสารเหล่านี้มากเกินไป เสี่ยงต่อการเกิดไนโตรซามีนในร่างกายได้.

What do you think?

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

ส่งไลน์ให้เพื่อนคุณด้วยนะ!
  •  
Loading Facebook Comments ...