, ,

🚩 #พิชิตเอเวอเรสต์! ‘หมออีม นภัสพร’ ผู้หญิงไทยคนแรกที่สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์

Thai Everest 2016 โพสท์เฟซบุ๊กรายงาน หมออีม ทันตแพทย์หญิง นภัสพร ชำนาญสิทธิ์ สามารถปีนขึ้นไปพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์สำเร็จ

หมออีม นภัสพร ชำนาญสิทธิ์‘ ทันตแพทย์หญิงชาวไทย สามารถปีนขึ้นไปพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ประเทศเนปาลได้สำเร็จ นับว่าเป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่สามารถทำได้

'หมออีม นภัสพร' ผู้หญิงไทยคนแรกที่สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์

หมออีม ทันตแพทย์หญิง นภัสพร ชำนาญสิทธิ์ สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จแล้ว เมื่อเวลา 09:45 น. เวลาเนปาล
เธอคือผู้หญิงไทยคนแรก บนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก เธอคือความภูมิใจของคนไทย
แต่ภารกิจยังไม่จบ การกลับลงมาอย่างปลอดภัยจากยอดเขาเอเวอเรสต์ หลายครั้งเป็นเรื่องยากกว่าการปีนขึ้น เราจะติดตามการเดินทางกลับลงมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อหมออีมเดินทางถึง EBC
เราคงจะมีภาพและเรื่องเล่าจากการเดินทางสุดวิเศษครั้งนี้มาให้ชมกันอย่างเต็มอื่มแน่นอน

เฟซบุ๊กเพจ Thai Everest 2016 โพสท์รายงานว่า ‘หมออีม ทันตแพทย์หญิง นภัสพร ชำนาญสิทธิ์‘ สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ เมื่อเวลา 09.45 น. ตามเวลาในท้องถิ่น หรือเวลาประมาณ 11.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ทำสถิติเป็นผู้หญิงไทยคนแรกบน ‘ยอดเขาเอเวอเรสต์’ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก โดยหมออีมได้ออกเดินทางไปทำภารกิจพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ตามความฝันของเธอ ตั้งแต่ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ค่อยๆ ปีนเขาขึ้นไป จนถึงส่วนยอดของเอเวอเรสต์ที่ความสูง 8,848 เมตรจากระดับน้ำทะเล

แม้จะสามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จแล้ว แต่ยังไม่เสร็จภารกิจ เพราะยังต้องปีนกลับลงมาจากยอดเขาสู่แคมป์ด้านล่างอย่างปลอดภัย ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงของนักปีนเขาที่มาพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ด้วยเช่นกัน

แอดมินลืมเล่า วันนี้หมออีมรายงานมาว่าที่ Camp 2 มีเหตุการณ์ตื่นเต้นเล็กน้อยคือมีเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย บินมารับนักปีนเขา 2 คน ที่มีอาการแพ้ความสูงรุนแรงต้องรีบนำลงเขาอย่างเร่งด่วน หวังว่าคงไม่เป็นอะไรมาก โชคดีที่ทั้งอีมและป๋า ผ่านการ Rotation ขึ้นลงบนเส้นทางนี้มาแล้ว 3 ครั้ง ทำให้คุ้นเคยกับสภาพอากาศและปรับตัวได้ดีพอสมควรครับ

แอดมินลืมเล่า วันนี้หมออีมรายงานมาว่าที่ Camp 2 มีเหตุการณ์ตื่นเต้นเล็กน้อยคือมีเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย บินมารับนักปีนเขา 2 คน ที่มีอาการแพ้ความสูงรุนแรงต้องรีบนำลงเขาอย่างเร่งด่วน หวังว่าคงไม่เป็นอะไรมาก โชคดีที่ทั้งอีมและป๋า ผ่านการ Rotation ขึ้นลงบนเส้นทางนี้มาแล้ว 3 ครั้ง ทำให้คุ้นเคยกับสภาพอากาศและปรับตัวได้ดีพอสมควรครับ

หมออีม นภัสพร ผู้หญิงไทยคนแรกที่สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์

ว่าด้วยเรื่อง “Death Zone” เริ่มต้นที่ Camp 4 (South Col) 8000m ซึ่งเป็น Camp สุดท้ายที่นักปีนเขาจะใช้พักชั่วคราวก่อนเดินทางขึ้นยอดเขา ณ จุดนี้ ถือว่าได้เข้าสู่ “Death Zone” ด่านสุดหินของการปีนยอดเอเวอเรสต์ สำหรับคนที่สนใจเรื่องราวของการปีนยอดเอเวอเรสต์ หรือยอดเขาอื่นๆ ที่สูงเกินกว่า 8000 เมตร น่าจะเคยได้ยิน หรือเคยผ่านตา คำว่า “Death zone” เมื่อปีนขึ้นไปในระดับที่สูงกว่า 8000 เมตร อากาศเบาบาง ออกซิเจนจะเหลือน้อยประมาณแค่ 1 ใน 3 ของระดับน้ำทะเล ส่งผลกระทบทำให้ร่างกายมีความสามรถลดลงอย่างมาก การทำกิจกรรมง่ายๆ บนพื้นราบกลายเป็นสิ่งยาก เพราะแค่การหายใจยังทำได้ลำบาก เมื่อได้ปีนขึ้นมาถึงระดับนี้ นักปีนเขาสูงทุกคนถือว่าได้เข้าไปสู่เขตแดนแห่งความเสี่ยงต่อชีวิต และเป็นช่วงเวลาของการตัดสินความสำเร็จหรือล้มเหลว

คำว่า “Death zone” บัญญัติขึ้นโดย Edouard Wyss-Dunant หัวหน้าทีมปีนยอดเอเวอเรสต์ในปี 1952 ของทีมสวิสเซอร์แลนด์ “Swiss Everest expedition 1952” ทีมนี้ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเนปาลในการพิชิตยอดก่อนทีมอังกฤษ 1ปี ในการสำรวจปีนยอดเอเวอเรสต์ครั้งนั้น ทีมปีนเขาของสวิสเซอร์แลนด์เกือบจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติแรกที่ขึ้นไปถึงยอดเอเวอเรสต์ แต่วันขึ้นยอด 2 นักปีนเขาของทีมจำเป็นต้องตัดใจหันหลังกลับ เนื่องความเหนื่อยล้าและออกซิเจนในถังใกล้หมด ทั้งๆ ที่เหลือความสูงอีกไม่ถึง 300 เมตรก็จะถึงยอด โดย 1 ใน 2 นักปีนเขาในวันนั้นเป็นหัวหน้าทีมเชอร์ปาชื่อ Tenzing Norgay ซึ่งต่อมาเขาได้ย้อนกลับมาปืนเขาลูกนี้อีกครั้งโดยเข้าร่วมกับทีมอังกฤษและจับคู่กับ Edmund Hillary จนได้ปีนขึ้นไปยืนบนยอดเอเวอเรสต์เป็นครั้งแรกเมื่อ 29 พฤษภาคม 1953 อย่างที่เราได้ทราบกันดี

หลังจากกลับไปยุโรปในปี 1953 Edouard Wyss-Dunant ได้เขียนบทความเกี่ยวกับการปีนยอดเอเวอเรสต์ลงในวารสารการปีนเขา “The Mountain World” ได้แบ่งระดับความสูงของเส้นทางการปีนยอดเอเวอเรสต์ไว้เป็น 4 ระดับ นับเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเส้นทางการปีนยอดเอเวอเรสต์ จากเส้นทางฝั่งเนปาลเป็นครั้งแรก ระดับความสูงของเส้นทางมีดังนี้

– Zone of Acclimatisation (ประมาณความสูง 5000-6000m) ระดับนี้ร่างกายจะมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับอากาศที่เบาบางได้
– Zone of Adaptation (ประมาณความสูง 6000-7800m) ระดับนี้ในระยะยาวการฟื้นตัวของร่างกายไม่สามารถทดแทนพลังงานที่ใช้ไปได้
– Death zone (ประมาณความสูง 7800-8600m) ระดับนี้ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ในระยะยาว และการฟื้นตัวของร่างกายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
– Ultimate zone (สูงกว่า 8600m) ระดับนี้คนเราไม่สามารถใช้ชีวิตได้ ถ้าไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างถังออกซิเจนและสิ่งจำเป็นอื่นๆ

นับตั้งแต่ เซอร์เอ็ดมัน ฮิลลารี กับ เทนซิง นอร์เกย์ ได้ปีนขึ้นไปยืนบนยอดเอเวอเรสต์ในยุคของการสำรวจในปี 1953 ความสำเร็จในครั้งนั้นเปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่การปีนสำรวจยอดเขาสูงระดับเกิน 8,000 เมตร ยอดอื่นๆ ที่มีความสูงลำดับถัดมาอย่าง K2, Kanchenjunga, Lhotse, Makalu, Manaslu, ฯลฯ บันทึกเรื่องราวของการปีนเขาคณะต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกเผยแพร่ส่งผ่านไปสู่ผู้สนใจในการปีนเขาสูงในเวลาต่อมา โดยเฉพาะเมื่อปีนขึ้นไปถึงระดับประมาณ 8000 เมตร มักจะถูกเรียกว่าเข้าสู่ Death zone ตามที่ Wyss-Dunant ได้บรรญัติไว้

หลังจากผ่านยุคสำรวจในช่วง 1960s ก็ตามมาด้วยการปีนเขาสูงของเหล่านักปีนมืออาชีพ เป็นการปีนยอดเอเวอเรสต์โดยใช้ถังออกซิเจน (Supplementary Oxygen) ช่วยในการหายใจ มีจำนวนนักปีนทำสำเร็จเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี การปีนโดยไม่ใช้ถังออกซิเจน เริ่มเป็นความท้าทายใหม่ในหมู่นักปีนเขาชั้นยอดว่าจะสามารถข้ามกีดจำกัดนี้ได้หรือไม่ และก็กลายมาเป็นเป้าหมายของการสร้างสถิติเพื่อพิสูจน์ว่ามนุษน์เราก็สามารถไปถึงจุดสูงสุดบนโลกใบนี้ได้โดยศักยภาพของร่างกายล้วนๆ จนมาถึงในปี 1978 ยอดนักปีนเขาชาวอิตาลี Reinhold Messner และ Peter Habeler ชาวออสเตรีย ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรก จากนั้นก็มีนักปีนเขาคนอื่นๆ ทำได้ในปีต่อๆ มา แสดงให้เห็นว่าร่างกายคนเราสามารถปรับตัวได้ในสภาวะสุดขั้วอย่างบนยอดเอเวอเรสต์ แม้จะเป็นสัดส่วนจำนวนน้อยมากไม่ถึง 5% เมื่อเทียบกับนักปีนเขาส่วนใหญ่ก็ตาม

สำหรับนักปีนเขาทั่วไป การปีนขึ้นไปถึงในระดับ “Death zone” เป็นความท้าทายสำคัญของการปีนยอดเอเวอเรสต์ ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและกำลังใจ ทุกอย่างที่มี ฝันฝ่าให้ผ่านด่านนี้ขึ้นไปให้ถึงยอดเขา และแน่นอนว่าทีม #ThaiEverest โดยป๋าคมรัฐ และ หมออีม ก็ไม่มีข้อยกเว้น สิ่งที่เขาทั้งคู่ฝัน และพยายามทำมาตลอดหลายปี กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ในอีกไม่กี่วันนี้แล้วครับ

Source : Facebook Thai Everest 2016

What do you think?

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

ส่งไลน์ให้เพื่อนคุณด้วยนะ!
  •  
Loading Facebook Comments ...