, ,

เปิดเผยที่มาของคำว่า ‘ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป’ วรรคทองแห่งความจงรักภักดี

คำว่า ‘ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป’ ที่คนไทยในปัจจุบันใช้แสดงความจงรักภักดีและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในช่วงเวลานี้

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป‘ คำที่พสกนิกรชาวไทยใช้กันแพร่หลายในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าและไว้ทุกข์เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักของปวงชนชาวไทย แม้ว่าพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย แต่ความจงรักภักดีของพสกนิกรยังมิเสื่อมคลาย การกล่าวคำว่า ‘ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป‘ จึงเปรียบเสมือนสิ่งที่สะท้อนว่า ‘พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช‘ จะสถิตในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

แต่ว่าคำว่า ‘ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป‘ มีที่มาจากไหน เราลองไปหาที่มากัน… เมื่อย้อนเวลากลับไปก่อนที่ ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค จะนำคำว่า ‘ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป‘ มาประพันธ์บทเพลงเฉลิมพระเกียรติ ‘พ่อหลวงของแผ่นดิน‘ ในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 บทเพลงถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย แล้วให้ ‘อัสนี-วสันต์‘ เป็นผู้ขับร้อง เนื้อเพลงมีความไพเราะและซาบซึ้ง จนติดหู ประทับใจและเป็นที่ชื่นชอบของชาวไทยนั้น

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

คำว่า ‘ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป‘ มีมาก่อนหน้านั้นแล้ว… จาก ‘นิราศภูเขาทอง’ ของกวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ‘สุนทรภู่‘ กวีสี่แผ่นดินเจ้าของสมญานาม ‘เชคสเปียร์เมืองไทย‘ ผู้ประพันธ์วรรณคดีชิ้นเยี่ยม ‘อภัยมณี‘ ผลงานชิ้นเอกของพระสุนทรโวหารหรือสุนทรภู่นั่นเอง

นิราศภูเขาทองเป็นวรรณคดีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนิราศเรื่องที่ดีที่สุดของสุนทรภู่ ท่านแต่งนิราศเรื่องนี้จากการเดินทางไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทองที่กรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน) เมื่อเดือนสิบเอ็ด ปีชวด (พ.ศ. 2371) ขณะนั้นสุนทรภู่บวชเป็นพระภิกษุ บทนิราศภูเขาทองตอนหนึ่งได้กล่าวถึงความจงรักภักดีของสุนทรภู่ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งมีเนื้อหาอาลัยอาวรณ์และระลึกถึงพระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นที่รักและเทิดทูน โดยประพันธ์ตอนหนึ่งว่า

นิราศภูเขาทอง

ความหมาย : เมื่อเรือล่องมาถึงหน้าวัง ก็รู้สึกโศกเศร้าอาลัยถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ผู้ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณกับสุนทรภู่ เมื่อก่อนเคยเข้าเฝ้าพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด แต่หลังจากพระองค์เสด็จสวรรคตนั้น สุนทรภู่เองก็เหมือนได้ตายไปด้วย เพราะไม่มีผู้ให้ความเมตตาและช่วยเหลือ ชีวิตจึงยากแค้นแสนเข็ญ และมีโรคมีกรรมเข้ามารุมล้อม ไม่มีใครที่จะพึ่งพาได้ จึงได้บวชเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พร้อมทั้งประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม เพื่อถวายอาลัยแด่พระองค์ แม้เกิดชาติใดใดก็ขอให้เป็นข้ารับใช้พระองค์ตลอดไป

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

จึงอาจกล่าวได้ว่า ‘สุนทรภู่‘ คือผู้ใช้คำว่า ‘ขอเป็นข้าเคียงพระบาททุกชาติไป‘ เป็นคนแรกในนิราศภูเขาทองนั่นเอง ต่อมาคำนี้จึงเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จนกลายเป็นคำว่า ‘ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป‘ ที่คนไทยในปัจจุบันใช้แสดงความจงรักภักดีและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในช่วงเวลานี้

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

What do you think?

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

ส่งไลน์ให้เพื่อนคุณด้วยนะ!
  •  
Loading Facebook Comments ...