, , ,

#สงครามโลกครั้งที่3!! สงครามโลกครั้งที่ 3 อุบัติขึ้นแล้ว!? สหรัฐฯ-รัสเซีย-จีน-ซีเรีย-เกาหลีเหนือ เดือด!!

ชาวโลกกำลังกังวลว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่? ที่น่าสะพรึง คือ หากเกิด ‘สงครามโลกครั้งที่ 3’ ขึ้น มีโอกาสสูงที่จะเป็น ‘สงครามนิวเคลียร์’ !!??

สงครามโลกครั้งที่ 3 อุบัติขึ้นแล้ว!? คือคำถามที่คนทั้งโลกกำลังหวาดหวั่นพรั่นพรึง ด้วยสถานะการณ์ที่อาจจะเป็น ‘สาเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 3‘ กำลังขมวดปมและตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเหตุสงครามกลางเมืองในซีเรีย ที่สหรัฐฯ เพิ่งยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก 59 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศซีเรีย ปลุกชีพกองกำลัง ISIS กลับมาอีกครั้ง ทั้งยังเคลื่อนกองเรือรบอาร์มาดา ที่มีแสนยานุภาพจากสิงคโปร์ นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson ไปคาบสมุทรเกาหลี เพื่อเล่นงานเกาหลีเหนือแล้ว ล่าสุดกองทัพสหรัฐฯ ทิ้งโคตรแม่ระเบิดจีบียู-43/B ระเบิดที่ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ที่ถือว่าใหญ่ที่สุด ถล่มอุโมงค์ซึ่งเชื่อว่าเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มไอซิสในเขตอะชิน อัฟกานิสถาน เรียกว่า สหรัฐฯ กำลังคลั่งเป็นหมาบ้าหน้าร้อน ซึ่งทำให้ชาวโลกกังวลว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่? ที่น่าสะพรึง คือ หากเกิด ‘สงครามโลกครั้งที่ 3‘ ขึ้น มีโอกาสสูงที่จะเป็น ‘สงครามนิวเคลียร์‘ !!??

#สงครามโลกครั้งที่3!! สงครามโลกครั้งที่ 3 อุบัติขึ้นแล้ว!? สหรัฐฯ-รัสเซีย-จีน-ซีเรีย-เกาหลีเหนือ เดือด!!

จุดกำเนิด ‘สงครามโลกครั้งที่ 1‘ และ ‘สงครามโลกครั้งที่ 2‘ ที่ผ่านมา คือ การขยายอิทธิพลทางทหาร การแข่งขันด้านอาวุธ การรุกรานแย่งชิงดินแดนของนักล่าอาณานิคมชาวตะวันตก เพื่อแย่งชิงทรัพยากรจากชนชาติอื่นๆ ที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนถึงความไม่สมดุลของขั้วอำนาจโลกขณะนั้น

History of the Peloponnesian war ‘Wars spring from unseen and generally insignificant causes, the first outbreak being often but an explosive of anger’ – ‘สงครามมักอุบัติขึ้นจากเหตุที่มองไม่เห็น และดูเหมือนไม่สลักสำคัญในสายตาของคนทั่วไป แต่เมื่อมันเริ่มต้น มันจะถูกระเบิดออกมาด้วยความโกรธแค้น‘ จาก ‘History of the Peloponnesian war’

World War 3 (8)

สงครามกลางเมืองซีเรีย ฤาจะเป็นสาเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 3?!

มีคำกล่าวว่า ‘สงครามโลกครั้งที่ 3‘ ได้ค่อยๆ เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเงียบๆ ในสมรภูมิตะวันออกกลาง ในดินแดนอารยธรรมเก่าแก่ของโลก ประเทศซีเรีย ‘สงครามกลางเมืองซีเรีย‘ ซึ่งรัฐบาลซีเรียและฝ่ายค้านได้รับการสนับสนุนทั้งทางทหารและการทูตจากต่างประเทศ จนทำให้สมรภูมินี้ถูกขนานนามว่า ‘สงครามตัวแทน‘ (Proxy War) เพราะมีประเทศที่ประกาศเข้าร่วมสงครามครั้งนี้เป็นทางการราวๆ 30-40 ประเทศไปแล้ว แยกเป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลซีเรีย 6 ประเทศ คือ รัสเซีย จีน อิหร่าน ซีเรีย อิรัก เยเมน และประเทศที่สนับสนุนฝ่ายตรงข้ามอีกเกือบ 30 ประเทศ คือ อเมริกา อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิสราเอล กลุ่มประเทศที่สนับสนุนอเมริกา และนาโต้ เป็นต้น แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายเหมือนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง

World War 3 (4)

ก่อนเกิดสงครามกลางเมืองนั้น ซีเรียมีประชากรประมาณ 17 ล้านคน โดยราวๆ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวมุสลิมนิกายสุหนี่ หลังสงครามซีเรียที่ยืดเยื้อมากว่า 6 ปี บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอายุนับพันปี ถูกทำลายย่อยยับ ทำให้ประชาชนสูญเสียเกือบ 5 แสนคน พลัดถิ่นในประเทศกว่า 7,600,000 คน และเป็นผู้ลี้ภัยกว่า 4,000,000 คน (ข้อมูลของ UNHCR) มีผู้อพยพมากมายมุ่งหน้าลี้ภัยในยุโรป ก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ด้านผู้อพยพลี้ภัยกับยุโรปขนานใหญ่

ความไม่สงบเริ่มในต้นฤดูใบไม้ผลิปี 2554 จากกระแสอาหรับสปริงที่ไหลเข้ามาในซีเรีย บรรดาประชาชนออกมาแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลด้วยการประท้วงและก่อจลาจล ประธานาธิบดีบัชชาร อัลอะซัด ผู้นำซีเรียผู้ก้าวสู่ตำแหน่งตั้งแต่ปี 2543 โดยเป็นการสืบทอดอำนาจต่อจากฮาเฟซ อัลอะซัด พ่อของเขาที่เสียชีวิตลงหลังจากที่ปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 2513 ได้ทำการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง ประชาชนเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก ความขัดแย้งค่อยๆ กลายจากการประท้วงของประชาชน ยกระดับขึ้นเป็นการก่อกบฏ และด้วยการสนับสนุนจากต่างชาติทั้งในทางลับและทางแจ้ง กลุ่มผู้ประท้วงได้จับอาวุธลุกขึ้นสู้กับรัฐบาลจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ ต่อมา กลุ่มไอเอส ซึ่งเป็นกลุ่มหัวรุนแรงติดอาวุธได้ย้ายฐานจากอิรักเข้ามาในซีเรีย และทำการก่อการร้ายทั้งในประเทศซีเรียและอิรัก จนเกือบจะยึด 2 ประเทศนี้ได้สำเร็จ รัสเซียจึงส่งกองทัพมาช่วยถล่มจนทั้งกลุ่มไอเอสและกลุ่มกบฏถอยร่นจนเกือบพ่ายแพ้

World War 3 (3)

ท่ามกลางความเพลี่ยงพล้ำของกลุ่มไอเอสและกลุ่มกบฏ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐก็ตัดสินใจส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์ค 59 ลูกถล่มฐานทัพอากาศของซีเรีย โดยอ้างเหตุผลว่าอัสซาดใช้อาวุธเคมีเพื่อฆ่าประชาชนของตัวเอง โดยการบอมบ์ครั้งนี้ไม่มีการขออนุมัติจากสภาคอนเกรส หรือหารือในคณะมนตรีความมั่นคงขององค์การสหประชาชาติ การตัดสินใจโจมตีซีเรียด้วยขีปนาวุธ ได้เปิดเผยอย่างชัดเจนว่าจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐกลายเป็นจุดยืนเดียวกันกับพวกผู้ก่อการร้ายอย่าง Daesh หรือ Isis ไม่เพียงด้วยการหันมาเล่นงาน ศัตรู ของผู้ก่อการร้ายอย่างตรงไปตรงมา แต่ยังถือเป็นการช่วยเปิดช่อง เปิดโอกาส ให้กับพวกผู้ก่อการร้ายสามารถฟื้นฟูศักยภาพในการตอบโต้รัฐบาลซีเรีย เป็นการปลุกชีพกองกำลัง ISIS ผู้ก่อการร้าย และฝ่ายกบฏกลับมาอีกครั้ง

World War 3 (2)

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเรียกร้องให้ยูเอ็นเข้ามาสอบสวนการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย เพราะรัสเซียมีข้อมูลข่าวกรองว่า ฝ่ายกบฏวางแผนใช้อาวุธเคมีในซีเรียอีก รวมทั้งพื้นที่กรุงดามัสกัสด้วย พร้อมทั้งบอกว่า การโจมตีซีเรียไม่ต่างจากการโจมตีอิรักเมื่อปี 2546 ที่สหรัฐอ้างว่าอิรักครอบครองอาวุธเคมี พร้อมกันนั้นผู้นำรัสเซียได้ตอบโต้ด้วยการส่งเรือรบ ‘แอดไมรอล กรีกอโรวิช’ (Admiral Grigorovich) ติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี พร้อมกองเรือรบจากทะเลดำ มาเสริมทัพที่ซีเรีย! ทำให้อุณหภูมิความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียเพิ่มขึ้น จนใกล้จะเกิดการเผชิญหน้ากันมากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นเลยทีเดียว

World War 3 (7)

กองบัญชาการร่วมของรัสเซีย อิหร่าน และกองกำลังติดอาวุธหนุนรัฐบาลซีเรีย ออกแถลงการณ์ว่า “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป พวกเราจะใช้กำลังทหารตอบโต้ต่อการรุกราน หรือการก้าวข้ามเส้นแบ่งจากใครทุกคนไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม และสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็รู้ศักยภาพของพวกเราในการตอบโต้เป็นอย่างดี”

ขณะที่กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ (จี7) เห็นพ้องกันว่าสันติภาพในซีเรียไม่อาจเกิดขึ้นได้ตราบใดที่ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ยังอยู่ในตำแหน่ง แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าควรคว่ำบาตรรัสเซียที่ให้การสนับสนุนซีเรียด้วยหรือไม่ แต่ทุกฝ่ายไม่ควรต้อนรัสเซียให้จนมุม เพราะถือเป็นการเดินหมากที่ผิด

World War 3 (11)

สงครามโลกครั้งที่ 3 สงครามนิวเคลียร์ ณ คาบสมุทรเกาหลีและทะเลจีน?!

ขณะที่เหตุการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดเข้าไปทุกที สหรัฐอเมริกาก็จุดชนวนสงครามขึ้นอีกจุดในเอเซีย เมื่อส่งกองเรือรบอาร์มาดา นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน (USS Carl Vinson) พร้อมเรือติดตามอีกหลายลำ รวมถึงเรือพิฆาต ‘ยูเอสเอส เวย์น อี.เมเยอร์’ ติดตั้งระบบขีปนาวุธนำวิถีแบบอาร์ลี-เบิร์ก และเรือพิฆาต ‘ยูเอสเอส เลค แชมเพลน’ เรือลาดตระเวนชั้นติคอนเดอโรกาติดตั้งระบบปฏิบัติการรบแบบเอจีส ซึ่งนอกเหนือจากความสามารถในการโจมตีแล้ว ยังมีระบบสกัดกั้น มิสไซล์สำหรับการป้องกันอีกด้วย เดินทางจากสิงคโปร์สู่มหาสมุทรแปซิฟิกใกล้กับคาบสมุทรเกาหลี

World War 3 (10)

โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เกาหลีเหนือคือ ‘ตัวปัญหา’ และสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ‘ต้องได้รับการจัดการ’ และสหรัฐพร้อมจัดการสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอประเมินท่าทีของจีนอีกต่อไป ด้านรัฐบาลปักกิ่งเตือนทรัมป์เป็นระยะๆ ว่า “อย่าวู่วาม” รัฐบาลปักกิ่งย้ำว่าการใช้กำลังทหารไม่สามารถลดความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลีได้ พร้อมยื่นข้อเสนอไปยังเกาหลีเหนือว่าหากรัฐบาลเปียงยางยุติโครงการนิวเคลียร์แล้ว จีนจะปกป้องและคุ้มครองเกาหลีเหนืออย่างสุดความสามารถ หากตกเป็นเป้าหมายของการรุกรานจากประเทศอื่นจริง แต่คาดว่าแม้เกาหลีเหนือยังไม่หยุดยั้งการพัฒนาโครงการขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ จีนก็คงไม่มีทางยอมให้ทหารอเมริกันเคลื่อนทัพขึ้นมาจ่อกำแพงบ้านตนได้ และจีนจะไม่มีทางยอมให้เกาหลีเหนือล่มสลายไปอย่างเด็ดขาด

แม้แต่จีนเอง หลังสหประชาชาติตัดสินปฏิเสธความพยายามของจีนในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะต่างๆ ในทะเลจีนใต้ จีนยังท้าทายคำตัดสินและเดินหน้าครอบครองและขยายอาณาเขตเข้าสู่น่านน้ำซึ่งเป็นข้อพิพาท โดยจีนอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของหมู่เกาะ ด้วยการสร้างเกาะเทียมที่ใช้เป็นฐานที่ตั้งอาวุธและขีปนาวุธสำหรับโจมตีและป้องกันพื้นที่ที่อ้างว่าเป็นของตนเอง

World War 3 (1)

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดกับสหรัฐ ด้านเกาหลีเหนือจัดพิธีเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 105 ของนายคิม อิล-ซุง บิดาของเกาหลีเหนือ หรือ ‘วันแห่งดวงอาทิตย์’ มีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติที่กรุงเปียงยาง พร้อมประกาศว่า เกาหลีเหนือพร้อมรบในสงครามทุกรูปแบบที่สหรัฐต้องการ และพร้อมตอบโต้ด้วยอาวุธหนักเพื่อป้องกันตนเองหากสหรัฐล้ำเส้นด้วยการเพิ่มปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งเกาหลีเหนือประกาศกร้าวว่า มีอาวุธนิวเคลียร์พร้อมในมือ เกาหลีเหนือโชว์ขีปนาวุธนิวเคลียร์ที่ยิงจากเรือดำน้ำในพิธีสวนสนามกองเกียรติยศเพื่อเฉลิมฉลองวัน ‘Day of the Sun’ บอกไปถึงสหรัฐว่าเกาหลีเหนือมีศักยภาพมากพอที่จะโจมตีสหรัฐด้วยขีปนาวุธนิวเคลียร์ด้วยเรือดำน้ำแล้ว

นับว่า สถานการณ์ด้านคาบสมุทรเกาหลีและทะเลจีน อาจลุกลามบานปลายเป็นสงครามได้ตลอดเวลา อยู่ที่ว่าใครจะเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อนกัน!!

Mother of All Bombs (MOAB)

มฤตยูตัวใหม่ Mother of All Bombs (MOAB) ไม่ใช่นิวเคลียร์

อีกด้าน สหรัฐดำเนินปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยสั่งทิ้งระเบิด GBU-43/B MOAB ที่ได้ฉายาว่าเจ้าแม่แห่งระเบิดทั้งมวล Mother of All Bombs (MOAB) เนื่องจากเป็นระเบิดที่ไม่ใช่อาวุธนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดลูกหนึ่ง เป็นระเบิดขนาดมหึมา ความยาว 9 เมตร น้ำหนัก 9,800 กิโลกรัม และใช้ระบบนำทางจีพีเอส ถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอัฟกานิสถาน แรงระเบิดทีเอ็นทีขนาด 18,000 ปอนด์ แผ่คลื่นอัดอากาศจำนวนมหาศาลกระจายไปได้ในทุกทิศทางราว 1 ไมล์ ส่งผลให้นักรบไอเอสเสียชีวิตไปมากกว่า 90 คน การโจมตีเกิดขึ้นหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งยิงมิสไซล์ 59 ลูก โจมตีฐานทัพรัฐบาลซีเรียเพียง 1 สัปดาห์ โดยนักวิเคราะห์มองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนเกาหลีเหนือนั่นเอง.

Xi Jinping - Trump - Putin
Xi Jinping / Trump / Putin

What do you think?

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Gautama Buddha Dream

16 พุทธทำนาย คำทำนายของพระพุทธเจ้า 2500 ปีก่อน เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน

#ดูดวง! ดูดวงเดือนเมษายน โดยหมอช้าง ทศพร ศรีตุลา 16-30 เมษายน 2560